พี่หนึ่ง-จักรพงษ์: แปลงผัก โซนหลัง ม.ธรรมศาสตร์ เรื่องราวน้ำใจผ่านผักที่ให้หนึ่งกำ

“สิ่งที่พวกพี่ทำวันนี้หลายคนมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในอนาคตพี่อยากให้ของพวกนี้เป็นแรงบันดาลใจให้น้องนักศึกษา เพราะทุกวันนี้จบป.ตรีไปไม่ได้ทำงานในออฟฟิศก็มีเยอะ การทำเกษตรอินทรีย์หรือทำเกษตรเชิงท่องเที่ยวก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจที่พี่อยากให้น้อง ๆ ได้มาเรียนรู้” “พี่หนึ่ง” – จักรพงษ์ วาราณุรักษ์ พนักงานดูแลภูมิทัศน์ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Thammasat Green Campus: แปลงผักเกษตรสาธิต

“ทางผู้บริหารเขาก็มีไอเดียดีนะ เค้าเสนอว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในมหาลัย ไม่ใช่แค่การนำต้นไม้หรือดอกไม้มาปลูกเพิ่ม แต่เอาพืชผักสวนครัวมาปลูกด้วยก็ได้ และพื้นที่ไหนว่างก็ควรทำให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด” 

พื้นที่ป่ารกชัดที่เต็มไปด้วยต้นธูปฤาษี คือภาพคุ้นตาและบรรยากาศที่คุ้นชินของเด็กธรรมศาสตร์เวลานึกถึงโซนหลัง ม.ของธรรมศาสตร์ รังสิต แต่พอผ่านมา 2 ปี ภาพจำเหล่านั้นได้เลือนหายไปแล้ว เมื่อพื้นที่กว่า 5 ไร่ ได้กลายเป็นแปลงผักเกษตรสาธิตที่ในอนาคตอยากเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ให้กับนักศึกษาธรรมศาสตร์

ในอดีตใครหลายคนต่างเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “คอกหมู” หรือ “โรงปุ๋ย” แต่วันนี้ได้พลิกผันมาเป็น “แปลงผักเกษตรสาธิต” บนเนื้อที่ 5 ไร่ ที่เน้นการปลูกผักปลอดสารแบบสวนผสมที่พืชกับผักอยู่ด้วยกันได้ และใช้น้ำจากคลองแทนน้ำประปาเพราะมีสารคลอรีนเยอะ 

โซนด้านหน้ามีการปลูกกล้วยพันธุ์โบราณกว่า 7 ชนิด มีต้นคะน้าเม็กซิโกที่สามารถใช้แทนผงชูรสได้ ถัดเข้ามาข้างในเป็นพวกผักใบอ่อนตามท้องตลาดตั้งแต่คะน้า กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย ผักชี โซนท้ายสวนก็จะเป็นแปลงข้าวโพด กองปุ๋ยหมักชีวภาพ และสารไล่แมลงจากธรรมชาติ กระบวนการทั้งหมดจะทำเป็นระบบหมุนเวียนนำเศษพืชผักกลับมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพใช้ในสวนต่อไป

ในฐานะคนทำงานเบื้องหลังที่มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมเกินร้อย และตั้งใจอยากให้น้องนักศึกษาได้ทานผักปลอดสาร “พี่หนึ่ง” – จักรพงษ์ วาราณุรักษ์ (พนักงานดูแลภูมิทัศน์ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) คือหนึ่งในหลายคนที่คลุกคลีอยู่กับงานดูแลภูมิทัศน์ในรั้วธรรมศาสตร์มากว่า 10 ปี

.

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2558 พี่หนึ่งเล่าว่าทางผู้บริหารส่งพี่หนึ่งไปปฏิบัติงานที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยาอยู่ 2 ปี ซึ่งศูนย์พัทยาเค้าจะมีส่วนโรงแรมที่ต้องดูแลด้วย และต่อมาทางโรงแรมได้มีการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการเก็บผักมาทำอาหารด้วยตนเอง “พอทางผู้บริหารสำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ เขาไปเห็นว่าศูนย์พัทยามีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ เลยอยากเอาลองทำที่ศูนย์รังสิตดูบ้าง สอดคล้องกับแนวคิดของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล(รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต) เรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย ที่คำว่า ‘สีเขียว’ ไม่ใช่แค่เรื่องต้นไม้ แต่เป็นเรื่องผักสวนครัวก็ได้ ทางผู้บริหารก็เลยดึงให้กลับมาช่วยงานที่รังสิตอีก จนได้มาทำแปลงผักที่นี่ 2 ปีแล้ว”

เคยมีครั้งหนึ่ง ผอ.สำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ (ยรรยง อัครจินดานนท์) มาแซวพวกพี่คนงานว่า “กล้ายืนยันไหมว่าไม่ได้ไปรับผักพวกนี้มาจากไหน” พี่หนึ่งเล่าให้ฟังด้วยอารมณ์ขันว่าคนงาน 7-8 คน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้ไปรับผักมาจากไหน เพราะเรารับประกันได้ว่าผักทั้งหมดเราปลูกเองและเป็นผักปลอดสารทุกขั้นตอน การได้ปลูกผักปลอดสารจึงเรื่องที่พี่หนึ่งและทุกคนที่นี่ภูมิใจมาตลอด เพราะเป็นโอกาสที่จะได้ส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับทุกคน และสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับสำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ ได้

“เวลาน้องมาเอาผักจากเราไปหนึ่งกำ พวกเราก็ยิ้มแล้ว” คือหนึ่งในบทสนทนาที่พี่หนึ่งและป้าคนงานชวนคุยอย่างเป็นกันเอง เพราะพี่หนึ่งเล่าให้ฟังว่าพอมีน้องนักศึกษารู้ว่าที่นี่เป็นแปลงผักปลอดสารและสามารถมารับเอาผักได้ฟรี “เวลาได้เห็นน้องนักศึกษาแวะมาเอาผักจากเราไปกิน พวกเราคนทำงานเบื้องหลังก็มีกำลังใจอยากปลูกผักปลอดสารต่อไป น้องบางคนรู้แต่ชื่อผักแต่ไม่เคยเห็นรู้เลยว่ามันปลูกยังไง ที่นี่เรามีกิจกรรมให้น้องได้มาเห็นตั้งแต่เริ่มปลูกเลย เช่น มีน้องนักศึกษาได้มาเห็นกับตาเลยว่าผักบุ้งจีนเขาปลูกยังไง เก็บเกี่ยวกันยังไง กว่าจะไปเป็นผักบุ้ง 1 มัดวางขายในท้องตลาด” ในสายตาของพี่หนึ่งจึงเต็มไปด้วยความประทับใจที่ได้เห็นน้องนักศึกษาแวะเวียนมาหา และได้ผักปลอดสารติดไม้ติดมือกลับไปฝากครอบครัว  

พี่หนึ่งเล่าให้ฟังต่อว่าผลผลิตจากแปลงผักเกษตรสาธิตจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. นำไปเป็นกระเช้าผักปลอดสารหรือของชำร่วยส่งให้หน่วยงานในมหาลัยตามที่แจ้งมา 2. เหลือจากออเดอร์ที่สั่งก็เอาไว้แจกคนงานช่วยกันลดค่ากับข้าวหรือเอาไว้ให้น้องนักศึกษา 3. เหลือจากสองส่วนนั้นก็จะนำไปขายที่ตลาดนัดอินเตอร์โซนแล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ในรุ่นต่อไป ผักปลอดสารที่จะเอาไปขายในราคาถูก กำใหญ่ และสดกว่าผักทั่วไปในท้องตลาด และไม่ได้อยากขายเพื่อเป็นธุรกิจหวังกำไร แต่พี่หนึ่งเสนอว่าอยากทำให้เกิดทุนหมุนเวียน ทุนต่อทุน เงินที่ขายได้ก็จะเอามาเป็นเงินออมไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์ หมุนรายได้เป็นเงินทุนคืนกลับมา

พี่หนึ่งปิดท้ายการพูดคุยด้วยเรื่องในใจเล็ก ๆ ว่าตลอด 2 ปีที่ทำแปลงผักนี้มาได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครแวะมาหาเราเลย แต่พอน้องนักศึกษากล้ามาเอาผักไปทานเองพวกพี่คนทำงานก็ดีใจมาก

“ลึก ๆ ในใจพี่ก็อยากเห็นน้อง ๆ ทานผักปลอดสารมากขึ้น ไม่อยากเห็นผักเป็นแค่เศษอาหารริมขอบจาน”

เรื่อง : เศวตโชติ วิชาชัย