Menu
CONTACT US : +(66) 2028-2222

10 ร้านต้องไปตำที่ “ตลาดอินเตอร์โซน” ธรรมศาสตร์

02 | July | 2020   11:28 น.

         ยามบ่ายสามของทุกวันจันทร์ และพฤหัส จะเห็นร้านค้าในบริเวณของอินเตอร์โซนเริ่มตั้งร้าน จัดของ เพื่อรอนักศึกษาผู้หิวโหย เหน็ดเหนื่อยจากการเรียน วันนี้สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ธรรมศาสตร์ ขอนำเสนอ 10 ร้านโดนใจประจำตลาดอินเตอร์โซนที่ควรต้องลองสักครั้ง ทั้งคาวหวานอย่าขาดมือ เพื่อให้ครบอรรถรสแห่งการทานอาหาร และราคาที่เป็นมิตรแก่เหล่านักศึกษา

         นี่คือลายแทงของร้านที่น่าไปตำ ถ้าไปไม่ถูก ถามนักศึกษา รู้จักหมดทุกคนแน่นอน

         1.เริ่มที่ร้านของคาว ร้านป้าที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของตลาด ด้วยฝีมือความไวอันเลื่องลือ รวมถึงกลิ่นพริกรุนแรง ที่ใครเดินผ่านก็รับรู้ว่าร้านนี้เปิดอยู่ ชาวธรรมศาสตร์จะรู้จักในชื่อ “ร้านป้าฉุน” โดยเมนูที่นำเสนอต้องลอง คือ ข้าวพริกแกงหมูกรอบ ความจัดจ้านของรสชาติพริกแกง วางบนข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งทำให้ความเผ็ดร้อนกระจายในปากมากขึ้น สำหรับใครที่ชื่นชอบรสชาติเผ็ดร้อน สามารถมาลองได้

 

         2.ร้านถัดมาก็เผ็ดนัวไม่แพ้กัน กับเมนูที่ทุกคนมักสั่งเป็นประจำ กลายเป็นหนึ่งในเมนูสิ้นคิด “ผัดกะเพรา” มีทั้งเนื้อหมู และไก่ ซึ่งมีทั้งแบบสับ และชิ้นตามความชอบของแต่ละคน พร้อมกับไข่ดาวที่สามารถบอกให้เจ้าของร้านทำตามที่เราชื่นชอบ ไม่ต่างกับร้านอาหารตามสั่งเลยทีเดียว ความกรอบรอบไข่ขาว ถือเป็นไข่ดาวที่คู่ควรต่อเจ้ากะเพราที่ชุ่มชื้น เผ็ดเข้ากันอย่างพอดี กับราคาเพียง 35 บาทเท่านั้น (เพิ่มไข่ 5 บาท) 

        

         3.ไม่ห่างไกลจากร้านป้าฉุนมากนักก็พบกับป้ายร้านหนึ่ง “มากกว่าความอิ่มอร่อย คือการได้ส่งต่อความรู้สึกดี” หนึ่งในร้านที่เลื่องลือว่ารสชาตินัวไม่แพ้ที่ไหน กับอาหารอีสานรสชาติจัดจ้าน “ลาบนายพันจ๋า ลาภหมด ยศยังอยู่” โดยเมนูแนะนำประจำร้านคือ ลาบสะป้ะสะเป้ด ซึ่งรวมทั้งหมู และเครื่องในเข้าด้วยกัน ผสานกับรสชาติที่นัว ๆ ที่พันจ๋าเจ้าของร้าน ได้ปรุงรสให้เหล่านักศึกษา ความนิยมของร้านนี้ก็ดึงดูดให้เหล่าลูกค้าเข้าคิวรอเพื่อได้ชิมฝีมือของพันจ๋า เสน่ห์ของร้านที่ขาดไม่ได้ คือ การให้ลูกค้าช่วยผัดเนื้อหมู เครื่องใน เพื่ออรรถรสในการรอ และสนุกสนานกับการเป็นลูกมือของพันจ๋าด้วย 

        

 

         4.อาหารคาวอันดับสุดท้ายของวันนี้ พลาดไม่ได้กับสายเส้น ๆ ร้านบะหมี่ทำเองกับมือ กับ “ร้านวศินหมี่เกี๊ยว” บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงที่สนนราคาเพียง 25 - 30 บาทเท่านั้น น้ำซุปร้อนระอุจากเตา ผสมผสานความหอมของเส้นบะหมี่ ได้รสชาติอูมามิเฉพาะตัวของร้าน บอกได้เลยว่าบะหมี่ทำมือนั้นหาได้ยากตามตลาดนัดทั่วไป

 

 

         5.สำหรับร้านที่พลาดไม่ได้ลำดับต่อมา เหมาะกับสายสุขภาพ รักในการรับประทานผัก สลัดผักที่สามารถเลือกน้ำสลัดราดหลากหลาย เช่น วาซาบิ สตรอว์เบอร์รี่ หรือซอสงา เป็นต้น เสน่ห์ของร้าน คือ การคิดราคาตามน้ำหนักที่เลือกผักสำหรับแต่ละคน โดยผักหลากชนิดที่มีแคลอรี น้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพ หรือสนใจจะรักสุขภาพ ต้องคำนึงเป็นอย่างแรก ๆ นอกจากนี้ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป ไม่ว่าใครก็สามารถรับประทานได้

 

 

         6.ถ้าใครไม่ถนัดเรื่องผัก ก็เริ่มต้นที่การรับประทานอาหารที่ยังเอื้อต่อการดูแลสุขภาพได้ อย่างร้านสเต็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของตลาด ไม่ห่างจากร้านป้าฉุนนัก ซึ่งมีเนื้อสองประเภทให้เลือกสรรทั้ง อกไก่นุ่ม ๆ และสันในหมู แกล้มกับผักสด เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพที่ไม่ได้ชื่นชอบผักสลัด หรือกำลังหาจุดสมดุลของมื้ออาหารให้กับตนเอง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวสายสุขภาพให้ได้ลองกัน

 

 

         7.ต่อมาร้านเครื่องดื่มสุขภาพ แช่เย็นเพิ่มความสดชื่น เช่น น้ำฝรั่ง น้ำว่านหางจระเข้ น้ำส้ม น้ำสตรอว์เบอร์รี่คั้นสด ๆ บรรจุใส่ขวด ซึ่งมีราคาเพียงขวดละ 10 บาทเท่านั้น เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมไม่น้อยกับ “น้ำผักผลไม้สมุนไพร” มีน้ำสมุนไพรที่หายากให้ลองด้วย ด้วยราคาและคุณภาพคับขวดนี้ยังไงก็ต้องแนะนำให้มาดับกระหายที่ร้านนี้

 

 

         8.ถัดจากของคาวมาก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน เริ่มด้วยขนมที่สามารถกลายร่างเป็นทั้งของคาว หรือขนมทานเล่นในเวลาเดียวกัน “ซาลาเปาทอดน้ำ” เป็นหนึ่งในร้านที่อยากจะนำเสนอ ด้วยไส้ซาลาเปาที่ทำเองจากมือของเจ้าของร้าน รวมถึงสูตรของแป้งที่ได้รับมาจากแต้จิ๋ว ทำให้รสชาติไม่เหมือนใคร นุ่ม ปกติเรามักจะเห็นซาลาเปาจากการนึ่งกัน แล้วรสชาติแบบทอดน้ำนั้นจะเป็นอย่างไร ต้องมาลอง

        

 

         9.สำหรับคนชอบ “ขนมถังแตก” หรือรู้จักในอีกชื่อ “ถังทอง” ต้องร้านนี้เลย มีหลากไส้ให้เลือก เช่น ไส้ฝอยทอง มะพร้าวน้ำตาล หรือไส้คาวอย่างไส้กุ้ง ก็มีให้เลือกเช่นกัน ความกรอบนอกนุ่มใน หอมน้ำกะทิจากเนื้อของขนม เป็นความเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากขนมไทยชนิดอื่น ร้านนี้ไม่ได้ขายเพียงถังทองเท่านั้น ขนมเบื้องก็เป็นอีกทางเลือกให้คนที่ชื่นชอบความกรอบของแป้งขนมเบื้อง และไส้ที่ร้านก็แบบเดียวถังทองเลย 

 

 

         10.ร้านสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด อุ้ย!!!! โตเกียว ขนมโตเกียวสุดฮิต ในวัยประถม มัธยม ที่ไม่ได้มาจากโตเกียวแต่อย่างใด แน่นอนว่าช่วงอายุไหนก็สามารถย้อนวัยกันได้ มีทั้งไส้คลาสสิค อาทิ ไส้กรอก ไส้หวาน ไส้ไข่ ราคาจับต้องได้ สามารถสั่งเป็นกล่องกลับไปทานที่หอ แชร์กับเพื่อนทั้งกลุ่มอย่างสนุกสนาน ทานแล้วจะร้องโอ้ย!!!! อร่อยจังขนมโตเกียวแห่งอินเตอร์โซน

 

         โดยทั้ง 10 ร้านที่เราแนะนำไปนั้นล้วนทำตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ในเรื่องของ “การลดขยะพลาสติก” ทุกร้านจะให้วัสดุสำหรับทานอาหารที่ผลิตจากกระดาษเท่านั้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ย่อยสลายง่าย ฉะนั้นหากใครพกภาชนะสำหรับใส่อาหารเอง ก็จะเป็นการดีที่จะร่วมมือไปพร้อมกันกับร้านค้าในตลาดอินเตอร์โซนในการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอรรถรส ความหลากหลายของอาหารช่วยให้ผู้คนรอบธรรมศาสตร์หายคิดถึงบ้านบางครา ถึงเวลาตลาดเปิด มาชิมของอร่อยกับพวกเรากันเถอะ