Menu
CONTACT US : +(66) 2028-2222

นาจา เมฆอัมพร: ทายาทนักกีฬาปิงปองทีมชาติ นักตบลูกเด้งจากรั้วธรรมศาสตร์

07 | April | 2020   11:36 น.

“นาจาเลือกเรียนที่ธรรมศาสตร์เพราะใกล้บ้านและคิดว่าด้านวิชาการที่นี่คงพร้อมสำหรับนาจามาก ยิ่งพอได้มาเป็นนักกีฬาในนามธรรมศาสตร์ มันยิ่งทำให้นาจาตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้”

ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีชุมนุม/ชมรมกว่า 60 กลุ่มกิจกรรม ที่พร้อมรองรับกับความต้องการของเหล่านักศึกษาผู้เต็มเปี่ยมด้วย Talent และเป็น “พื้นที่ปล่อยของ” ปั้นดินสู่ดาวมาหลายต่อหลายวงการแล้ว

 

และกว่าครึ่งหนึ่งของชุมนุมชมรมที่ธรรมศาสตร์มีอยู่ล้วนแล้วแต่เป็นชุมนุมด้านกีฬา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ธรรมศาสตร์ เช่น ชุมนุมกีฬาทางน้ำ ชุมนุมยิงปืน ชุมนุมรักบี้ ชมรมปีนผา และหนึ่งในชมรมที่เป็นเหมือนบ้านคอยส่งออก “นักตบลูกเด้ง” สู่นักกีฬาทีมชาติ คือ ชมรมปิงปอง ธรรมศาสตร์ ซึ่งสนามซ้อมปัจจุบันอยู่ที่ยิม 1 ของธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

 

 

“นาจา” - นาจา เมฆอัมพร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ คือหนึ่งในสมาชิกชมรมปิงปอง ผู้เริ่มจับด้ามไม้ปิงปองครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ ติดนักกีฬาเยาวชนทีมชาติตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และเป็นอดีตนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ (รุ่นอายุ 18)  โดยในการแข่งขันรายการล่าสุดเธอเพิ่งไปคว้าเหรียญทองแดง ประเภทหญิงเดี่ยว กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 47 (47th The Sun Games 2020)

“ที่ชมรมปิงปองดูเหมือนทุกคนจะเป็นเพื่อนกันหมดนะคะ แถมยังเทคแคร์กันดีมาก ๆ เวลาซ้อมก็สนุกสนาน เราอยู่กันเหมือนครอบครัวเลย เวลามีกิจกรรมอะไรก็จะชวนกันทำด้วยกันตลอด”

 

การเล่นปิงปองของนาจาตั้งแต่เด็กจึงกลายเป็นบันไดขั้นแรกส่งเธอเข้าสู่รั้วธรรมศาสตร์ด้วยโควต้านักกีฬา ชมรมปิงปองสำหรับนาจาจึงเป็นเหมือนบ้านที่ทุกคนในชมรมผูกพันกันด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ครอบครัวนักตบลูกเด้ง”

คุณพ่อของนาจา-ร.ต.อ.ธีระเดช เมฆอัมพร เป็นอดีตนักกีฬาปิงปองทีมชาติมาก่อน ครอบครัวของเธอเลยผูกพันกับกีฬาปิงปองมากเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่บ้านลงทุนทำโรงยิมไว้เป็นที่ฝึกซ้อม และมีคุณพ่อคอยเป็นโค้ชส่วนตัวฝึกซ้อมให้นาจามาโดยตลอด ซึ่งนาจาเล่าว่า “ช่วงแรก ๆ คุณพ่อก็อยากให้ลองมาเล่นเพื่อออกกำลังกายดู ทีนี้เล่นไปสักพัก พ่อหนูเขาเห็นแววว่าเป็นนักกีฬาได้ ก็เลยเริ่มเล่นแบบจริงจังมาตั้งแต่ช่วง 7-8 ขวบ”

 

 

“ช่วงที่เป็นนักกีฬาแล้วต้องเข้ามาเรียนใหม่ ๆ นาจายอมรับว่าช่วงนั้นต้องใส่ใจกับการจัดตารางชีวิตมาก ๆ แต่ช่วงนี้ปรับตัวได้มากแล้ว สถานที่ซ้อมหลัก ๆ จะเป็นโรงยิมที่บ้านเป็นหลัก แต่ถ้าอยากซ้อมกับพี่ ๆ ในชมรมก็จะไปที่ยิม 1 เป็นหลัก”

.

ความผูกพันกับธรรมศาสตร์ของนาจาจึงเป็นเรื่องความประทับใจที่มหาวิทยาลัยมีสถานที่อำนวยความสะดวกด้านกีฬาอย่างครบวงจร “ใครถนัดอะไร ใครชอบอะไร ที่นี่ก็มีให้เราเล่นหมดเลย” คือสิ่งที่เธอพูดด้วยรอยยิ้มของความรู้สึกประทับใจ รวมทั้งคณะศิลปศาสตร์ที่คุณพ่อของนาจาบอกกับเธอว่า

 

“ครอบครัวเรากับธรรมศาสตร์มีความรักสถาบันค่อนข้างมาก เวลาได้ลงแข่งในนามนักกีฬาของธรรมศาสตร์ ทั้งครอบครัวก็จะรู้สึกภูมิใจมาก ทีนี้พอได้มาเรียนที่คณะศิลปศาสตร์ คุณพ่อก็สนับสนุนเลยนะคะ เพราะพ่อเชื่อว่าถ้าเรามีทักษะเรื่องภาษา เวลาไปแข่งที่ต่าง ๆ ก็จะได้มีเพื่อนต่างชาติต่างภาษา คุยกันได้สะดวกมากขึ้น”

.

แววตาที่มุ่งมั่นของนักกีฬาปิงปองอย่าง “นาจา” ผู้สะสมผลงานชิ้นโบว์แดงมาตั้งแต่อายุตั้งแต่อายุยังน้อย และตอนนี้เธอกำลังเป็นดาวรุ่งเฟรชชีให้กับชมรมปิงปอง ธรรมศาสตร์ กีฬาปิงปองสำหรับนาจาจึงเป็นกีฬาที่ช่วยสร้างสมาธิและฝึกให้มีความตั้งใจแน่วแน่กับการเรียนมาก

 

 

“กีฬาเป็นเรื่องของสุขภาพแถมยังสนุกด้วย เพราะได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อยากชวนทุกคนมาเล่นกีฬากันมาก ๆ ถึงแม้ว่ากีฬาปิงปองจะไม่เป็นที่นิยมมากเหมือนพวกฟุตบอลหรือบาสเกตบอล แต่ก็อยากชวนทุกคนมาเล่นกันเยอะ ๆ นะคะ เพราะได้ฝึกไหวพริบและทำให้เรามีสมาธิในการเรียนมากขึ้นด้วย”

 

 

เรื่อง : เศวตโชติ วิชาชัย