Menu
CONTACT US : +(66) 2028-2222

ลุงหมาย: คนจริงแห่งธรรมศาสตร์ “ดูแลสนามกีฬามาตั้งแต่รุ่นปู่”

29 | February | 2020   08:49 น.

“ผมไม่ได้เรียนช่างอะไรมานะ จบแค่ป.4 แต่การทำงานผมใช้ประสบการณ์นำ ผมมาอยู่ธรรมศาสตร์ รังสิต ตั้งแต่ช่วงเอเชียนเกมส์(พ.ศ.2541) เมื่อก่อนนี้สนามซอฟต์บอลยังไม่มีเลย ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เริ่มสร้างสนาม เห็นตั้งแต่เค้าเทปูนลงเสาวางอิฐก้อนแรก ”

ในวันที่สนามเทนนิส ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เต็มไปด้วยเสียงเชียร์นักกีฬาของผู้คนในสนามเทนนิส แต่กลับได้ยินเสียงประกาศแว่วดังเรียกหาชายคนหนึ่งมาแต่ไกล “ลุงหมายค้าบบ ลุงหมายอยู่ไหน” นั่นก็เพราะชายคนนี้เป็นที่คุ้นเคยสำหรับบรรดานักกีฬาเทนนิสที่เคยแวะเวียนมาใช้สนามที่นี่เป็นอย่างมาก “ลุงหมาย” - สมหมาย สุขเถื่อน ชายวัย 68 ปีที่ทุกคนกำลังเรียกหา ผู้อยู่เบื้องหลังทุกรายการแข่งขันตั้งแต่ตีเส้นสนามไปจนถึงดูแลนักกีฬาทีมชาติมาหลายต่อหลายรุ่น

.

“ผมทำงานกับธรรมศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2524 แต่ตอนนั้นผมดูแลสนามอยู่ท่าพระจันทร์ก่อนนะ ตอนเกิดเหตุการณ์ "พฤษภาฯ '35" ผมก็อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ทีนี้พอปี 2540-2541 ช่วงที่ธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นเจ้าภาพจัดเอเชียนเกมส์ ผู้บริหารธรรมศาสตร์ยุคนั้นเขาก็ดึงผมมาช่วยงานที่รังสิตยาวจนถึงตอนนี้”

ความทรงจำของลุงหมายกับกับธรรมศาสตร์ รังสิต ดูจะเป็นมากกว่า “เรื่องเล่าของคนสูงวัย” แต่กลับเป็น “ตำนานที่ยังมีชีวิตชีวา” ของคนที่รักธรรมศาสตร์ รังสิต เหมือนเป็นบ้านของตัวเองอีกหลังหนึ่ง “ปีนี้ผม 68 ปีแล้วนะ แต่ผมยังไหว ผมมีแรงสู้ได้อยู่ บ้านผมอยู่ตรงด่านเก็บเงินเชียงรากนี่เอง ผมมาที่สนามทุกวัน หน้าที่ผมคือดูแลสนาม มากับป้าที่เป็นแฟนกันทุกวัน”

ลุงหมายเล่าให้ฟังว่าในทุกครั้งที่ธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นศูนย์หลักในการแข่งขันกีฬารายการดัง ๆ ลุงหมายจะอยู่เบื้องหลังการจัดการแข่งขันมาโดยตลอด ตั้งแต่กีฬาเอเชียนเกมส์ (2541) การแข่งขันกีฬาคนพิการภาคพื้นตะวันออกไกลและแปซิฟิกตอนใต้ (FESPIC GAMES, 2542) การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (2544) กีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน (2550)

.

ทุกวันนี้หน้าที่ประจำของลุงหมายคือเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสนามเทนนิสให้กับสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลุงหมายมาที่สนามเทนนิสทุกวัน จนสนามปิดเวลา 21.00 น. เพราะสนามเทนนิสเปิดทุกวัน ยกเว้นช่วงปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ “ผมมาตั้งแต่เช้าจนค่ำ คอยเปิดปิดไฟให้ผู้มาใช้บริการ ใครเป็นสมาชิกผมก็ยิงบาร์โค้ดให้เขาเข้าใช้บริการ ถ้าไม่เป็นสมาชิกผมก็เก็บค่าบริการรายชั่วโมง” สนามเทนนิสที่ลุงหมายดูแลอยู่เป็นสนามเทนนิสขนาดมาตรฐาน 10 คอร์ท และสนามน็อคบอร์ดสำหรับฝึกซ้อม 2 สนาม รองรับทั้งนักศึกษา บุคคลากร และบุคคลภายนอก ผู้มาใช้สนามจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในบริเวณโดยรอบมีอย่างครบครัน ลานจอดรถ ร้านอาหาร ตู้กดเครื่องดื่ม และห้องน้ำ

แต่ก่อนหน้าที่ลุงหมายจะปลดเกษียณในช่วงหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ลุงหมายคือคนที่ดูแลทุกสนามในธรรมศาสตร์ ทำตั้งแต่ตีเส้นสนามบอล ตีเส้นสนามเทนนิส ตีเส้นสนามรักบี้ ทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมก่อนแข่งขัน ตอนที่จัดเอเชียนเกมส์ ลุงหมายเป็นหัวหน้างานดูแลสถานที่ และรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นคนตีเส้นสนามบอล ตีเส้นสนามรักบี้ให้นักกีฬาดัง ๆ ทั่วเอเชีย รวมทั้งคอยบริการขนโต๊ะขนเก้าอี้ทุกอย่าง ตามที่แต่ละหน่วยการแข่งขันต้องการ

“พูดกันแบบแบบเปิดใจเลยนะ ผมก็อยากทำงานที่ผมถนัด มันเป็นหน้าที่ที่ผมทำด้วยใจมาทั้งชีวิต งานเกี่ยวกับกีฬาผมก็อยู่มานาน จนมีความผูกพันกับผู้คนที่นี่มาก บุคลากร นักศึกษา ผมผูกพันหมด พอเราผูกพันเวลามาทำงานก็จะสนุกสนาน ผมตื่นมาแต่ละวันผมสดชื่นมาก มีแรงอยากมาเห็นสนามเวลาที่มีคนมาแข่งเยอะ ๆ  ที่ธรรมศาสตร์ก็เหมือนบ้านผม ได้พูดคุย ได้มาล้อเล่นกัน ผมก็มีความสุขตามประสาคนทำงานมานานจนจะ 40 ปีแล้ว”

.

การที่ได้ต่ออายุการทำงานจากสำนักทรัพย์สินฯ คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ลุงหมายรู้สึกผูกผันกับสนามเทนนิสเป็นอย่างมาก เพราะลุงหมายพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมอยู่เบื้องหลังให้สำนักงานทรัพย์สิน คอยทำคอยปฏิบัติช่วยเหลือกันด้วยใจรักมาโดยตลอด เวลาได้ข้อชมเชยจากเจ้านาย และทุกคนที่มาร่วมงานบอกว่า จัดงานเก่งนะ ทำงานดีนะ มันก็เป็นกำลังใจดี ๆ ให้ผมรักงานดูแลสนามมาก” ซึ่งสนามเทนนิสจะแตกต่างจากสนามอื่นที่ลุงหมายเคยดูแลมาก่อน เพราะต้องคอยเช็คทุกอย่างในสนาม ถ้าจุดไหนที่ยังสกปรกลุงหมายก็จะไปช่วยแม่บ้านเก็บกวาดอีกรอบ และงานถนัดที่ลุงหมายชอบที่สุดรองจากการตีเส้นสนามคือการไปเย็บเน็ตเองด้วยมือ

“สายเน็ตสนามมันผุง่าย ผมก็จะคอยเปลี่ยนสายนี้ให้ แต่ถ้าเน็ตมันขาด ผมก็จะไปเย็บเองด้วยมือเอง คือเย็บตรงสันเน็ตที่มีสลิงดึง เพราะพอใช้ไปนาน ๆ ด้ายมันจะเปื่อย ผมก็จะไปเย็บใหม่ โดยที่ไปซื้อเอ็นมาแล้วก็เย็บตามรอยเดิมเขา ทำเหมือนทอแหนั่นแหละ”

ลุงหมายยอมรับว่าเป็นคนชอบดูกีฬามาตั้งแต่วัยรุ่น แต่การเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสนามเทนนิสก็ไม่ได้หมายความว่าลุงหมายเล่นเทนนิสเป็น “เวลาเห็นเขาแข่งอะไรกัน ผมเข้าใจหมด แต่เล่นเป็นหรือไม่เป็นนั่นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเข้าใจกติกา รู้ว่ามันเล่นยังไง แต่ผมเล่นไม่เป็นนะ”

ช่วงที่สนามเทนนิสคึกคักมาก ต้องย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่แล้ว ช่วงที่ภราดร ศรีชาพันธุ์ ดังเป็นพลุแตก สนามเทนนิสที่นี่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษในสายตาลุงหมาย เพราะนับจากวันที่ "ซูเปอร์บอล" นักเทนนิสชาวไทยสามารถทะยานสู่อันดับ 9 ของโลกในได้ปี 2546 กระแสการเล่นเทนนิสในเมืองไทยก็ได้ทำให้ชีวิตการทำงานของลุงหมายกลับมามีชีวิตชีวิตชีวาอีกครั้ง

ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของลุงหมายนอกจากการได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแข่งขันในหลายต่อหลายรายการแล้ว ลุงหมายยังเป็นคนอยู่เบื้องหลังส่งนักศึกษาธรรมศาสตร์ไปเป็นนักกีฬาทีมชาติหลายต่อหลายคนแล้ว วันดีคืนดีเสียงเรียกว่า “คุณลุง ๆ คุณลุงสนามอยู่ไหม” กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ชายวัย 68 ปี รู้สึกคิดถึงและผูกพันกับผู้คนมากผู้หลากนามที่เข้ามาแข่งขันกีฬาในรั้วธรรมศาสตร์ จนถึงกลับทิ้งท้ายความรู้สึกดี ๆ อันน่าประทับใจไว้ว่า  

"อยากฝากให้เด็กรุ่นหลังที่จะมารับช่วงต่อจากผม ถ้าวันหนึ่งผมต้องปลดหน้าที่จากที่นี่ไป เด็กรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาแทนก็ขอให้ปฏิบัติหน้าที่เหมือนผมหรือดีกว่าผมก็จะดีมาก อยากให้ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมากับผู้ที่มาใช้บริการ อย่าเลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เลือกปฏิบัติกับใครเป็นพิเศษ ใครมาถึงก่อนเราก็ให้เขาก่อน ใครมาถึงทีหลังก็ให้ทีหลัง"

เรื่อง: เศวตโชติ วิชาชัย