Menu
CONTACT US : +(66) 2028-2222

อนิรุจน์ เชียงดา: บอดี้การ์ดน่ารัก ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยนักศึกษา กับธรรมศาสตร์ หอใน 24 ชม.

13 | December | 2019   10:24 น.

 

“หอใน 24 ชม. สำหรับผมมันเป็นเรื่องท้าทายนะ แต่ผมว่าน้องนักศึกษาเค้าคง Happy  เพราะน้องเค้าเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น” - อนิรุจน์ เชียงดา หัวหน้าแผนกงานรักษาความปลอดภัย สนง.บริหารทรัพย์สินและกีฬา ธรรมศาสตร์

ธรรมศาสตร์ รังสิต - มหาวิทยาลัยแห่งแรกที่หอในเปิด 24 ชม. หนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันความเชื่อว่า นักศึกษามีวุฒิภาวะที่จะดูแลตัวเองได้

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขันกีฬา Asian Games ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2541 จึงมีการก่อสร้างสนามกีฬาหลัก ยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ และหอพักนักกีฬา ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้งานต่าง ๆ ในปัจจุบัน

ด้วยอาคารหอพัก 25 อาคาร การรักษาความปลอดภัยให้นักศึกษาตลอด 24 ชม. จึงเป็นความตั้งใจของพี่ ๆ รปภ. ที่อยากดูแลน้องนักศึกษา “เหมือนลูกเหมือนหลาน” เพราะการสร้างความปลอดภัยเป็นมากกว่าหน้าที่ หากแต่เป็นความรู้สึกที่อยากทำด้วยใจเหมือนน้องนักศึกษากำลังใช้ชีวิตอยู่ใน “บ้าน” หลังหนึ่ง

ในวันที่ใครหลายคนกำลังอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบและเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาเดินทางเข้าออกพื้นที่หอในกันคึกคักที่สุด จึงทำให้เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ “พี่อ๊อด” - อนิรุจน์ เชียงดา  (หัวหน้าแผนกงานรักษาความปลอดภัย สนง.บริหารทรัพย์สินและกีฬา ธรรมศาสตร์) ในฐานะคนสานต่อความปลอดภัยจากพ่อแม่ และดูแลนักศึกษาตลอด 24 ชม. ในรั้วธรรมศาสตร์

“ผมอยู่ที่ธรรมศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2546 เพียงแต่ว่าตอนนั้นเป็น outsource บริษัทคู่สัญญาเอกชน จนปี 2560 มีการควบรวมสำนักงานจัดการทรัพย์สินเข้ากับศูนย์บริการการกีฬาเป็นสํานักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา(ธรรมศาสตร์) ทางผู้ใหญ่เค้ามองว่าถ้าพนักงานมีสวัสดิการดีก็จะมีใจบริการนักศึกษาได้อย่างเต็มที่ พอเราได้รับค่าตอบแทนดีมันก็มีใจที่อยากปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง เอาสวัสดิการและความปลอดภัยของนักศึกษาเป็นที่ตั้ง” 

จากวันนั้นถึงวันนี้ พี่อ๊อดจึงเป็นหนึ่งในคนที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยของนักศึกษาธรรมศาสตร์มาโดยตลอด และพี่อ๊อดยังแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเมื่อเราถามพี่อ๊อดว่าที่นี่มีรปภ.กี่คน มีกล้องวงจรปิดกี่ตัว คำตอบของพี่อ๊อดมาพร้อมกับตัวเลขเป๊ะ ๆ จากการกดเครื่องคิดเลขคูณหารจำนวนให้เราดูอย่างเสร็จสรรพ

พี่อ๊อดเล่าว่าถ้าตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ที่นี่มีรปภ. เกือบ 100 คน และมีกล้องทั้งหมดกว่า 2,000 ตัว ทั้งในอาคารและโดยรอบอาคารเกือบทุกจุด มีหน่วยม้าเร็วคอยวิ่งวิ่งจัดการปัญหาให้ได้ทุกเรื่อง และตอนนี้เรามีหน่วยที่เพิ่งเปิดใหม่ คือ "VivaCity" ที่เป็นศูนย์คอยให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตตรง Noc.C6 พี่อ๊อดเล่าต่อว่าพวกเราที่เป็นรปภ. มีหน้าที่ดูแลน้องนักศึกษาต่อจากพ่อแม่ของเขา ซึ่งเขาเองก็มีลูกเหมือนกัน คนเป็นพ่อเป็นแม่สมัยนี้ต้องเข้าใจลูกให้มาก ๆ พี่อ๊อดตระหนักถึงเรื่องนี้มาตลอด และการอยู่หอในก็ไม่ควรกักขังน้องนักศึกษา เพราะต้องเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้ที่จะเติบโตต่อไป 

“ผมว่าน้องนักศึกษาไม่ใช่เด็ก เขาโตพอจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว” พี่อ๊อดเล่าว่าเมื่อก่อนหอในเปิดถึงแค่เที่ยงคืนแต่ตอนนี้หอในเปิด 24 ชม. แล้ว ในมุมกลับหอดึกนี้ พี่อ๊อดเข้าใจน้องนักศึกษาเช่นบางคณะมีกิจกรรมจริง ๆ ตีสองตีสามยังไม่เลิก การเปิดหอใน 24 ชม. ก็เพื่อรองรับนักศึกษาทุกกลุ่มให้เค้ารู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น โดยการออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมและเป็นระบบ เช่นช่วงกลางคืนมีการส่งสายตรวจรปภ.พร้อมกับพกกล้องตรวจถี่ยิ่งขึ้น

และมีการกำหนด Safe zone ทำเส้นทางให้นักศึกษาเข้าออกอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้อุปกรณ์สแกนใบหน้าที่ทันสมัย (Face Recognition) ประจำทางเข้าออกหลัก 4 จุด และพี่อ๊อดยังพูดอีกว่าตั้งแต่นำระบบนี้เข้ามาใช้เราสามารถจำแนกได้ว่าใครเป็นนอกหรือใครเป็นน้องศึกษาหอในเรา และสามารถป้องปรามบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามาก่อเหตุได้ เพราะพี่อ๊อดเชื่อว่าการรักษาความปลอดภัยที่ดีคือการ “กันไว้ก่อน” ป้องกันไม่ให้เหตุเกิดล่วงหน้า 

ในช่วงท้ายของการพูดคุยพี่อ๊อดพาเราไปสัมผัสถึงความภาคภูมิใจในเหตุการณ์ที่เขาและพี่ ๆ รปภ. สามารถช่วยเหลือนักศึกษาได้ทันท่วงทีในหลายเหตุการณ์ พี่อ๊อดเล่าว่าบางกรณีเขาก็ไปถึงที่เกิดเหตุได้ทันจนช่วยชีวิตเอาไว้ได้ หรือบางทีเราก็ดูแลน้องนักศึกษาด้วยใจรักจริง ๆ เช่นช่วงหลังสอบเสร็จน้อง ๆ เค้าก็ไปสังสรรค์ฉลองสอบเสร็จกัน พวกเราก็จะเจอเคสที่ต้องพยุงน้องขึ้นตึก ก็ไปส่งถึงห้องเลย “ผมว่าผมเข้าใจเขานะ ตามประสาชีวิตเด็กมหาวิทยาลัย”

ตลอดการพูดคุยกับพี่อ๊อดยิ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่อยากดูแลน้องนักศึกษา เข้าใจวิธีคิดของพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังยึดถือเรื่องความปลอดภัยในการดูแลนักศึกษาอย่างที่สุดเหมือนดูแลลูกหลานของตัวเอง

เรื่อง : เศวตโชติ วิชาชัย